Health Blog


เพิ่มความสูงด้วยฝังเข็ม ทำได้จริง?

18761060 - man drawing graph on nature background

เพิ่มความสูงด้วยฝังเข็ม ทำได้จริง? ผู้คนในปัจจุบัน ต่างให้ความสนใจในเรื่องสุขภาพ รูปลักษณ์ ผิวพรรณ ซึ่งในนี้เราจะพูดถึงส่วนสูง ซึ่งคงไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ความสูงนั้นนอกจากจะทำให้ดูดียังเพิ่มโอกาสการทำงานได้ในหลายๆสายอาชีพ เช่น แอร์โฮสเตส พยาบาล เป็นต้น ซึ่งการที่แต่ละบุคคลจะมีส่วนสูงที่แตกต่างกันนั้น สาเหตุจากหลายปัจจัย ได้แก่ 1.กรรมพันธุ์ โดนการคำนวณจากส่วนสูงของคุณพ่อกับคุณแม่* มีสูตรคำนวณคร่าวๆดังนี้ ผู้ชาย = ((ส่วนสูงพ่อ+ส่วนสูงแม่)+13)/2               ผู้หญิง = ((ส่วนสูงพ่อ+ส่วนสูงแม่)-13)/2 *หน่วยเป็นเซนติเมตร ผลที่ได้ +-5 เซนติเมตร 2.อายุ ในเด็กผู้หญิงการเจริญเติบโตของร่างกายจะเริ่มช้าลงเมื่ออายุประมาณ 18 ปี และในเด็กผู้ชายอายุประมาณ 20 ปี ซึ่งสามารถดูได้จากแผ่น Epiphyscal plate** ว่าปิดแล้วหรือไม่ เพราะการเจริญเติบโตของกระดูกทางยาวนั้นเกิดจากการสร้างกระดูกแบบแทนที่กระดูกอ่อนที่บริเวณแผ่นเอพีไฟเซียลนั่นเอง ถ้าแผ่น Epiphyscal plate ปิดลงแล้ว การเจริญเติบโตของกระดูกทางยาวก็จะยุติลง ทำให้ไม่สามารถสูงขึ้นได้อีก 3.โภชนาการ การทานอาหารครบห้าหมู่… Read more

วัคซีนไข้เลือดออก

39a27618f1dc54b80987c6706135e6b7_XL

ไข้เลือดออก (Dengue Fever) เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่ (Dengue) ที่แพร่สู่ร่างกายคนจากการกัดของยุงลายตัวเมีย ผู้ป่วยจะมีไข้สูง มีอาการป่วยรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา ยุงลายที่เป็นพาหะนำโรคเป็นยุงตัวเมีย ที่ออกหากินเฉพาะในตอนกลางวัน ชอบอาศัยอยู่ในแถบอากาศร้อนชื้น จึงพบได้มากในประเทศเขตร้อนในทวีปเอเชีย แอฟริกา อเมริกากลางและใต้ ตอนเหนือของออสเตรเลีย และตามหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก จากการแพร่ระบาดในวงกว้างอย่างรวดเร็ว ไข้เลือดออกจึงเป็นหนึ่งในโรคที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ความสนใจ และประกาศให้เป็นโรคที่ควรเฝ้าระวัง ในส่วนของประเทศไทยอยู่ในพื้นที่เขตร้อนชื้น จึงพบการแพร่กระจายของยุงลายได้มาก อาจพบโรคนี้ประปรายตลอดปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝนคือเดือนพฤษภาคมถึงกันยายน มีฝนตกชุกและมีแอ่งน้ำท่วมขัง ซึ่งเป็นเสมือนแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ไข้เลือดออกพบในไทยครั้งแรกในปี 2501 ซึ่งในปีแรกๆ สามารถควบคุมได้ แต่หลังๆ ก็ควบคุมได้  ยากมากขึ้น เนื่องจากสามารถเป็นได้ทุกเพศทุกวัย แต่จากยอดผู้เสียชีวิตจะพบในกลุ่มผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยในปี 2558 ที่ผ่านมาพบว่าการระบาดรุนแรงมาก พบผู้ป่วย 200 ราย/ประชากร 100,000 ราย ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าว เป็นตัวเลขที่กระทรวงสาธารณสุขได้รับรายงานเท่านั้น ตัวเลขจริงอาจมีผู้ป่วยมากกว่านั้น ดังนั้นการที่มีวัคซีนเข้ามาจึงถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่ทั้งนี้ก็มีข้อจำกัดว่าต้องฉีดในอายุระหว่าง 9-45 ปี เพราะตัววัคซีนมีไวรัสที่มีชีวิตอยู่ หากฉีดในกลุ่มที่ไม่มีภูมิคุ้มกันโรคหรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำๆ จะก่อให้เกิดการกระตุ้นเชื้อและส่งผลให้เป็นไข้เลือดออกได้… Read more

ฝังเข็ม เพื่อสุขภาพ และความงาม

kem2

จากภูมิปัญญาที่ได้รับการยอมรับนับพันพันปี จากแผ่นดินจีน สู่โลกเพื่อเป็นทางเลือก ในการดูแลสุขภาพ และความงาม การฝังเข็ม คือการใช้เข็มขนาดเล็ก ฝังลงบนจุดต่างๆ ที่ส่งผลต่อการรักษาบนร่างกาย โดยจุดที่ฝังนั้น จะมีหน้าที่และชื่อเรียกของมันอย่างชัดเจน ซึ่งในร่างกายคนเรา มีจุดที่ใช้ในการฝังเข็มหลายร้อยจุด แต่องค์การอนามัยโลก ได้ให้การรับรองทั้งสิ้น 349 จุด เท่านั้น โดยผู้ที่ได้รับการรักษาด้วยการฝังเข็ม จะไม่รู้สึกเจ็บเนื่องจากเข็มที่มีขนาดเล็กมาก และเนื่องจากเป็นเข็มแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง จึงมีความปลอดภัยสูง ฝังเข็มรักษาโรคอะไรได้บ้าง :  อาการปวดต่างๆ เช่น ปวดหลัง ปวดเอว ปวดขา ปวดเข่า ปวดต้นคอ ปวดประจำเดือน  ไมเกรน ปวดศีรษะ เวียนหัว นอนไม่หลับ เครียด  อัลไซเมอร์ หลงลืม  อัมพฤกษ์ อัมพาต ชา อ่อนแรง พาร์กินสัน ชาปลายมือ, ปลายเท้า  โรคผู้สูงอายุ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง  ภูมิแพ้ หอบหืด  สมรรถภาพทางเพศ  ปลูกผม  เพื่อความงาม รักษาสิว… Read more

การลดน้ำหนักด้วยบอลลูน(gastric balloon)

image004

เป็นการรักษารูปแบบใหม่ที่ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีภาวะแทรกซ้อนน้อยและโดยเฉลี่ยสามารถลดน้ำหนักได้ประมาณ 20 กิโลกรัมใน 1 ปีโดยการใส่บอลลูนไว้ในกระเพาะอาหารด้วยเทคนิคการส่องกล้อง ทำให้เกิดความรู้สึกอิ่มและรับประทานได้น้อยลง ส่งผลให้ร่างกายนำไขมันส่วนเกินออกมาใช้เป็นพลังงานแทน สำหรับขั้นตอนการใส่บอลลูน คนไข้จะได้รับยานอนหลับขณะใส่บอลลูนที่เป็นซิลิโคนเข้าไปในกระเพาะอาหาร หลังจากนั้นจะใส่น้ำที่ผสมกับสารสีฟ้าชื่อว่าเมธิลีนบลู (Methylene Blue) ซึ่งเป็นสารที่มีความปลอดภัยและใช้ในวงการแพทย์โดยใส่เข้าไปในบอลลูน ประมาณ 400-500 ซีซี แล้วจึงนำเอากล้องออก โดยลูกบอลลูนสามารถ ปรับขนาดเพิ่มหรือลดได้ตามความต้องการในภายหลัง สามารถใส่บอลลูนนานสูงสุด 1 ปี หากพอใจในน้ำหนักที่ลดลงก็สามารถเอาบอลลูนออกก่อน 1 ปีได้ โดยปล่อยน้ำในบอลลูนออกจากกระเพาะอาหาร BMI ที่เหมาะสมกับการใส่บอลลูน การคำนวณ BMI (Body Mass Index) หรือดัชนีมวลกายของคุณ คือนำน้ำหนักตัวในหน่วย กิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงหน่วยเป็น เมตร ยกกำลังสอง ผู้ที่สามารถใส่บอลลูนลดน้ำหนักได้นั้น ควรมี BMIเกิน 27 กก./ม.2 ในการใส่บอลลูนครั้งแรก ควรปรับขนาดบอลลูนไว้ที่ 500 ซีซี แต่ถ้ารูปร่างคนไข้ไม่สูงใหญ่มาก อาจปรับขนาดลงในช่วง 400 ถึง 450 ซีซีตามความเหมาะสม… Read more

วัคซีนอีสุกอีใส งูสวัด (Varicella vaccine)

webmd_illustration_of_shingles_virus

วัคซีนอีสุกอีใส งูสวัด (Varicella vaccine) โรคงูสวัด เกิดจากการติดเชื้อไวรัสวาริเซลล่า ซอสเตอร์ (varicella zoster virus) ซึ่งเป็นไวรัสชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดโรคอีสุกอีใส สำหรับผู้ที่เคยมีประวัติเป็นโรคอีสุกอีใส มีความเสี่ยงเป็นโรคงูสวัดได้ทุกคน โดยเชื้อไวรัสซอสเตอร์สามารถติดต่อผ่านทางการหายใจ และสัมผัสตุ่มน้ำใสโดยตรง ซึ่งเมื่อหายจากโรคอีสุกอีใสแล้ว เชื้อไวรัสซอสเตอร์จะหลบซ่อนอยู่ในปมประสาทของร่างกายนานหลายปี โดยไม่มีอาการผิดปกติใดๆ จนเมื่อภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำ เชื้อที่แฝงอยู่จะเพิ่มจำนวนและกระจายตามแนวเส้นประสาททำให้เกิดเป็นผื่นคันแสบร้อนเป็นแนวยาวตามเส้นประสาทกลายเป็นโรคงูสวัดนั่นเอง อาการปวดเส้นประสาทหลังเป็นงูสวัดหรือ  post-herpetic neuralgia เป็น กลุ่มอาการที่ผู้ป่วยต้องทนทุกข์ทรมาณมาก ศาสตราจารย์ นายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวว่า “ผู้ที่เคยมีประวัติเป็นโรคอีสุกอีใส พอมีอายุจึงเสี่ยงเป็นโรคงูสวัดได้ง่าย ซึ่งจากสถิติในประเทศสหรัฐอเมริกาพบผู้ป่วยโรคงูสวัดกว่า 1 ล้านรายต่อปี และร้อยละ 70 ของผู้ป่วยโรคงูสวัดมีอายุเกิน 50 ปีขึ้นไป เพราะประชาชนเกือบทุกคนมักเคยเป็นโรคอีสุกอีใส ดังนั้น คนไทยวัยสูงอายุ ร้อยละ 95 จึงเสี่ยงเป็นโรคงูสวัด” วัคซีนอีสุกอีใสสามารถป้องกันโรคได้ประมาณ 90% ส่วนอีก 10% ของผู้ที่ได้รับวัคซีน มีโอกาสเป็นโรคได้ แต่อาการมักไม่รุนแรงอย่างการติดเชื้อทางธรรมชาติ อีกทั้งวัคซีนยังลดการเกิดโรคงูสวัดและอาการปวดเส้นประสาทหลังเป็นงูสวัด (post-herpetic… Read more

ปวดคอแก้ได้

4404487_m

ปวดคอ จู่ๆ หากปวดคอขึ้นมาจะทำอย่างไร ก่อนอื่นต้องหาสาเหตุว่าอาการปวดคอมาจากไหน แล้วเราทำพฤติกรรมแบบนี้หรือเปล่าจึงทำให้ปวดคอ จากนั้นก็มาแก้อาการปวดคอด้วยเคล็ดลับเหล่านี้ ใครปวดคอบ่อย ๆ มาทางนี้ อาการปวดคอมักเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติ โดยอาจเกิดจากการกดทับเส้นประสาทและไขสันหลัง หรือการถูกกดทับนาน ๆ จากท่วงท่าชีวิตประจำวันที่ไม่ถูกต้อง และไม่ดีต่อสุขภาพ ของเราด้วย โดยเฉพาะคนทำงาน ถ้านั่งในท่าที่ไม่ถูกต้องก็ทำให้เกิดการปวดคอได้ เช่น คนที่นั่งก้มหน้า หรือเงยคอนาน ๆ หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่มีอาการปวดคอบ่อย ๆ ลองทำตามข้อแนะนำเหล่านี้ดูนะคะ อย่ารีบร้อนลุกจากเตียงนอน หรือเก้าอี้ทันทีทันใด ควรปล่อยให้ไขข้อได้อุ่นเครื่องก่อน ควรปรับจอคอมพิวเตอร์ให้ด้านบนของจออยู่ในระดับสายตา หากคุณพิมพ์ระบบสัมผัสได้จะดีเยี่ยม เพราะจะได้ไม่ต้องก้มมองแป้นพิมพ์บ่อย ๆ หากคุณคุยโทรศัพท์มือถือควรจะสลับข้างกัน และอย่าใช้วิธีหนีบโทรศัพท์ที่คอเด็ดขาด ควรนั่งหลังตรงขณะขับรถ หรือกำลังนั่งทำงาน หลีกเลี่ยงการใช้ประเป๋าสะพายที่หนักข้างเดียว ควรใช้เป้หลังแทน เวลานอนให้ใช้หมอนรองคอโดยเฉพาะ หรือใช้ผ้าขนหนูพับสอดไว้ ลองใช้น้ำแข็งมากดนวดบำบัดเวลาปวด หรือใช้กระเป๋าน้ำร้อนก็ได้ ใช้ท่วงท่าในชีวิตประจำวันให้ถูกต้อง หลีกเลี่ยงการก้มหรือเงยคอนาน ๆ ที่สำคัญหากจำเป็นต้องใช้ยาแก้อักเสบหรือยาคลายกล้ามเนื้อ ต้องเลือกยาที่เหมาะสมและระวังฤทธิ์ข้างเคียงของยา และควรปรึกษาแพทย์ด้วยจะดีที่สุดค่ะ ขอขอบคุณข้อมูลจาก :  http://women.thaiza.com/

ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก

FINAL FoodFit Circle5

จากการวิจัยทางคลินิกพบว่า การลดน้ำหนักมากๆในระยะเวลาอันรวดเร็วจะเกิดผลเสียต่อสุขภาพและมักทำให้น้ำหนักกลับมาอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงมีข้อแนะนำว่า ถ้าต้องการลดน้ำหนักควรจะเริ่มลดที่ 5-10 % ของน้ำหนักปัจจุบันในช่วงเวลา 6-8 เดือน ซึ่งหมายความว่าต้องลดให้ได้ 1 ปอนด์ (200-500 กรัม) ภายใน  1 สัปดาห์ ซึ่งจากการศึกษาทางคลินิกพบว่าการลดน้ำหนักลงเพียง 5% จะทำให้คุณสามารถลดความเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บ หรือ จากโรคที่ รุนแรง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจลงได้อย่างมีนัยสำคัญ การที่น้ำหนักลดลงจะมีผลต่อสุขภาพอย่างทันที เช่น ทำให้อาการปวดกล้ามเนื้อลดลง การหายใจและการนอนหลับดีขึ้น มีพลังเพิ่มขึ้นและรู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงขึ้น ที่สำคัญที่สุดคือการที่น้ำหนักลงอย่างช้าๆ นั้น มาจากไขมันที่สะสมในร่างกาย มากกว่าเนื้อเยื่อที่ไม่มีไขมัน เช่น กล้ามเนื้อ นั้นหมายความว่า โอกาสที่น้ำหนักของคุณจะกลับมาเพิ่มอีกมีน้อย คำแนะนำสำหรับการควบคุมน้ำหนักตัวให้คงที่ กินอาหารให้สมดุล ควบคุมสัดส่วนและปริมาณอหารให้พอเหมาะในแต่ละวัน กินอาหารให้ครบทั้งสามมื้อ ไม่ควรงดมื้อใดมื้อหนึ่ง กินอาหารให้พออิ่มไม่บริโภคมากจนเกินไป กินอาหารธรรมชาติไม่แปรรูปเช่นธัญพืชไม่ขัดสี กินผักผลไม้ให้เพียงพอ กินอาหารมื้อเย็นห่างจากเวลานอนไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง รู้จักหลีกเลี่ยงอาหารมันจัด หวานจัด เค็มจัดและอาหารในรูปไขมันแฝง เช่น… Read more

การผ่าตัดผ่านกล้องเพื่อลดขนาดกระเพาะอาหาร

sleeve

การผ่าตัดผ่านกล้องเพื่อลดขนาดกระเพาะอาหาร เป็น วิธีการผ่าตัดเพื่อลดขนาดกระเพาะอาหารให้เล็กลง ช่วยจำกัดปริมาณอาหารที่รับประทาน ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนัก วิธีการผ่าตัดที่นิยมทำมี 3 วิธีได้แก่ วิธีที่ 1 การผ่าตัดลดความอ้วนแบบใช้เข็มขัดรัดกระเพาะอาหาร (Gastric Banding) โดยใช้วิธีการเจาะแผลเล็กๆที่หน้าท้อง ใช้อุปกรณ์ลักษณะคล้ายเข็ดขัดสอดเข้าไปรัดกระเพาะอาหารตอนบน ทำให้กระเพาะอาหารมีขนาดเล็กลง รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น เป็นวิธีการผ่าตัดที่ได้ผลดี เมื่อน้ำหนักตัวคงที่ สามารถกลับมาแก้ไขนำสายรัดกระเพาะออกได้ในภายหลัง วิธีที่ 2 การผ่าตัดลดความอ้วนแบบตัดต่อกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก (Gastric Bypass) ศัลยแพทย์ จะทำการส่องกล้องเข้าไปตัดเย็บจะเอาลำไส้เล็กอ้อมผ่าน มาต่อเข้า กับกระเปาะกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารไม่ผ่านกระเพาะอาหารกระเปาะใหญ่ ผลก็คืออาหาร และแคลอรีจะดูด ซึม เข้าสู่ร่างกายลดลง วิธีที่ 3 การผ่าตัดลดขนาดของกระเพาะลง (Sleeve Gastrectomy) เป็นการตัดกระเพาะอาหารออกไป โดยตัดออกประมาณ 85% ทำให้ทานอาหารได้น้อยลง เป็นการผ่าตัดที่เป็นที่นิยมมากในขณะนี้ เพราะไม่ต้องตัดต่อกับลำไส้เล็ก และสามารถลดน้ำหนักได้ถึง 40-60 % ของน้ำหนักเดิมในปีแรกหลังผ่าตัด และเป็นการรักษาโรคที่เกิดจากความอ้วน เช่น เบาหวาน ไขมัน ความดันไปด้วย โดยสามารถทำผ่าตัดได้… Read more

Spatz Slim การลดน้ำหนักด้วยวิธีการใส่บอลลูน

obalon

Spatz Slim คือ นวัตกรรมแห่งการลดน้ำหนักด้วยวิธีการใส่บอลลูนเข้าไปในกระเพาะอาหาร เป็นนวัตกรรมแห่งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหารที่ได้รับการยอมรับจาก ต่างประเทศมาเป็นระยะเวลานาน ที่คุณจะได้รับผลลัพธ์อย่างต่อเนื่องในการลดน้ำหนัก ภายในระยะเวลา 1 ปี คุณจะมีน้ำหนักที่ลดลงถึง 10 – 20 กก. ด้วยวิธีการใส่บอลลูนในกระเพาะอาหารผ่านการส่องกล้อง ซึ่งการส่องกล้องนี้จะเหมือนกับการส่องกล้องในกระเพาะอาหารทั่วไป พฤติกรรมในการทานจะเปลี่ยนไปในระยะยาว ผู้ที่เหมาะสำหรับการลดน้ำหนักแบบ Spatz Slim • ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานตามค่าดัชนีมวลกาย (BMI จะต้องไม่ต่ำกว่า 27) • ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักแบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องทานยาลดความอ้วน • ผู้ที่หมดหนทางกับการออกกำลังกาย อดอาหาร ผลลัพธ์ที่ได้จากการลดน้ำหนักด้วย Spatz Slim • จะทำให้รู้สึกอิ่มเป็นระยะเวลานาน หรืออาจจะอิ่มตลอดเวลาได้ ทำให้ทานได้น้อย • ภายใน 6 เดือน ค่าเฉลี่ยน้ำหนักจะลดลงได้ถึง 16 กก. • ภายใน 1 ปี ค่าเฉลี่ยน้ำหนักจะลดลงได้ประมาณ 20-25 กก. ขั้นตอนการใส่บอลลูน Spatz… Read more

9 เทคนิค มาแนะนำให้ปฏิบัติตามเพื่อให้หลับง่าย

Note2-3

1. ออกกำลังกายช่วงเย็นอย่างน้อย 30 นาที หรือ 4-6 ชั่วโมงก่อนนอน 2. กินกล้วยหอม เพราะผิวของมันมีฤทธิ์เหมือนยานอนหลับ และมีสารเซโรโทนิน ช่วยคลายเครียด คลายกังวล ทำให้หลับสบาย ในกรณีของเด็กอาจจะผ่อนคลายด้วยการอ่านหนังสือนิทานให้ฟังก่อนนอน 3. เลี่ยงอาหารมื้อหนัก อาหารรสเผ็ดรสจัด หรือหวานมาก ก่อนเข้านอน 4 ชั่วโมง เพราะร่างกายต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงในการย่อยอาหาร 4. หลีกเลี่ยงกาแฟ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มที่กระตุ้นประสาท 4-6 ชั่วโมงก่อนเข้านอน 5. ผ่อนคลายร่างกายและจิตใจ ด้วย การอาบน้ำอุ่น เดินเบา ๆ ไปมา หรือ การนั่งสมาธิ และไม่ควรทำกิจกรรม ที่กระตุ้นร่างกายและสมอง 6. จัดระเบียบห้องนอนไม่ให้มีสิ่งรบกวน ปิดไฟ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ รวมถึงอุปกรณ์สื่อสาร ก่อนนอน แต่บางรายอาจจำเป็นต้องเปิดเพลงเบา ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศ ทำให้หลับสบายขึ้น 7. ไม่สูบบุหรี่… Read more