วิธีการดูแลผิวให้งามสมตามวัย

///วิธีการดูแลผิวให้งามสมตามวัย

ยุคนี้เป็นยุคแห่งการแสวงหาเคล็ดลับการดูแลผิวให้สวยและดูอ่อนกว่าวัย สังเกตได้จากการมีสถาบันเสริมความงาม หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่โหมโฆษณา หรือมีกิจกรรมต่าง ๆ ให้คนรักสวยรักงามเข้าร่วมเกิดขึ้นมากมาย ทั้งนี้วิธีการดูแลผิวพรรณให้สวยสมบูรณ์แบบขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น พฤติกรรมการดำเนินชีวิต การรับประทานอาหาร การบำรุงผิวพรรณตั้งแต่ยังไม่เกิดปัญหา จึงขอฝากแนวทางการดูแลผิวพรรณให้สดใสตามวัยดังนี้

21550746_m

 

  •  ผิววัยทารก (0-2ปี) ต้องระวังเรื่องการโดนแสงแดดจัด ไม่ควรให้เด็กทารกในช่วง 6 เดือนแรกโดนแดดจัดโดยตรง แม้จะใช้ยากันแดดแล้วก็ตาม ผู้ปกครองหลายท่านคิดว่ายากันแดดไม่เหมาะสมสำหรับผิวทารกและเด็ก ซึ่งผิด เพราะปริมาณของแสงแดดที่สะสมตลอดชีวิต ร้อยละ 80 จะได้รับมาในช่วงตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 20 ปี ดังนั้นหากเริ่มใช้ยากันแดดในวัยผู้ใหญ่ก็จะสายไป เพราะช่วยกันผลเสียของแสงแดดได้แค่ร้อยละ 20 เท่านั้น นอกจากนั้นต้องระวังเรื่องการระคายเคือง เพราะพ่อแม่มักกลัวว่าจะไม่สะอาดพอ จึงอาบน้ำเด็กด้วยสบู่ยา อาบน้ำบ่อยครั้ง หรือฟอกสบู่มากเกินไป เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ และเลือกใช้สารที่แรงเกินไปสำหรับผิวเด็ก เหล่านี้ล้วนทำให้ผิวทารกแห้ง และระคายเคือง
  • ผิววัยเด็ก (2-12 ปี) เด็กเริ่มวิ่งซน หกล้ม มีบาดแผล ถูกยุงกัด มดกัด พอเกาก็เป็นแผล มือไม่สะอาดก็จะเกิดการติดเชื้อ ควรรักษาความสะอาดด้วยการล้างมือ ล้างเท้า เมื่อกลับจากโรงเรียน ตัดเล็บให้สั้น โดยถือปฏิบัตตามหลักสุขอนามัยที่สอนในโรงเรียน ถ้าเด็กต้องมีกิจกรรมที่โดนแดดจัด ควรใช้ยากันแดด ครูและผู้ปกครองเด็กต้องสอนสุขศึกษาให้เด็กรู้ถึงอันตรายของแสงแดด หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดจัดและสอนให้เด็กรู้จักใช้ยากันแดดเมื่อต้องออกโดนแดด
    21286654_m[1]
  • ผิววัยรุ่น ( 13-19 ปี ) สิวเป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อยที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยรุ่น แต่วัยรุ่นไทยส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจผิวเกี่ยวกับโรคสิว คือส่วนใหญ่เชื่อว่าสิวเกิดจากความสกปรก เมื่อเป็นสิวจึงโหมล้างหน้าวันละหลายครั้ง แท้ที่จริงแล้ว การทำความสะอาดผิวมากเกินไปกลับทำให้สิวและสภาพผิวแย่ลง เพราะจะทำให้กระบวนการสร้างเคอราตินของเซล์ผิวหนังไม่เกิดตามปกติ การทำความสะอาดผิวหน้าจึงควรทำเฉพาะในเวลาเช้า โดยเฉพาะในคนที่ทายารักษาสิว เพื่อล้างเศษยาที่หลงเหลืออยู่ออก เพราะยาทารักษาสิวที่ทาก่อนนอน คือ กรดวิตามินเอ ทำให้ผิวไวต่อแสง เวลาเย็นเพื่อล้างครีมกันแดด เมคอัพ และล้างหน้า หลังทำกิจกรรมที่ร้อน มีเหงื่อออกมาก เนื่องจากยาที่รักษาสิวทำให้ผิวหนังได้รับผลเสียจากแสงแดดได้ง่ายขึ้น คือ ทำให้เกิดผิวไหม้แดด เกิดรอยด่างดำ และผิวเหี่ยวแก่จากแสงแดด ผู้ที่รักษาสิวอยู่จึงควรใช้ยากันแดดร่วมด้วย พบวว่ายากันแดดที่มีค่ SPF สูงมากเกินไป มักก่อให้เกิดระคายเคืองและเกิดสิวได้ง่าย และยังมีราคาแพงโดยไม่จำเป็น เราจึงควรเลือก SPF ให้เหมาะสม เช่น การโดนแสงแดดตามกิจวัตรประจำวันให้ใช้ SPF 10 หรือ 15 ถ้าต้องออกโดนแดดนานกว่าปกติ (หลายชั่วโมง) อาจใช้ SPF 30 ควรเลือกใช้ยากันแดดที่ไม่ทำให้สิวเห่อ และทาแล้วไม่ปวดแสบปวดร้อน
  • ผิววัยผู้ใหญ่ตอนต้น ( 20-29 ปี) วัยนี้อาจมีปัญหาผิวหน้ามันหรือสิว ซึ่งมาจากฮอร์โมนเพศเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงก่อนหรือหลังการมีประจำเดือนที่ผิวหน้าจะมัน เป็นสิวและเห็นรอยแดงชัดเจนขึ้นไม่ควรแกะ แคะหรือบีบสิวใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะอาจเกิดการอักเสบ ติดเชื้อและเกิดแผลเป็นซึ่งแก้ไขได้ยาก การดูแลผิวพรรณช่วงวัยนี้ต้องให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดผิวให้หมดจด โดยเฉพาะคนที่แต่งหน้า ควรเช็ดเครื่องสำอางด้วยออยส์-คลีนเซอร์ด้วยสำลี และล้างหน้าให้สะอาดอย่างแผ่วเบา พร้อมทาครีมบำรุงตาม สำหรับผู้ที่มีผิวหน้ามันแนะนำให้ทาครีมที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันหรือน้ำหอม และอย่าลืมทาครีมกันแดด สวมแว่นกันแดด ใส่หมวก หรือกางร่ม เมื่อไปทำธุระข้างนอก เพราะแสงแดด ระหว่าง 8 โมงเช้า -5 โมงเย็น เป็นศัตรูตัวร้ายที่ให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ และริ้วรอยเหี่ยวแก่ที่จะมาเยือนก่อนวัยอันควร
    8354894_m
  • ผิววัยผู้ใหญ่ ( 30-39 ปี) ผิวพรรณของสาววัยนี้ เริ่มขาดความชุ่มชื้นและไม่เปล่งปลั่งสดใสเหมือนเดิม ส่วนใหญ่พบว่าผิวเริ่มแห้ง มีริ้วรอยปรากกฏบริเวณหางตา มีปัญหาจุดด่างดำจาก กระหรือฝ้าเพิ่มมากขึ้นวิธีการถนอมผิวของช่วงวัยนี้คือ การใช้ครีมบำรุงผิวที่มีเนื้อครีมเข้มข้นขึ้นและทาครีมบำรุงเฉพาะส่วนมากขึ้น เช่น ครีมบำรุงรอบดวงตา สำหรับพนักงานออฟฟิศที่นั่งทำงานในห้องแอร์ หรือนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นประจำทุกวัน ขอแนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ ไม่ดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ที่จะทำร้ายผิวให้ดูแก่ก่อนวัย รวมถึงการทำใจไม่ให้เครียดหรือหน้านิ่วคิ้วขมวด ที่จะทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย ในวัยนี้ผิวจะเริ่มเหี่ยวย่น มีฝ้า มีกระ หลายคน จึงหันมาใช้เครื่องสำอาง หากไม่ศึกษาวิธีใช้ให้ดีพอ หรือใช้เครื่องสำอางมากเกินไป อาจเกิดผื่นแพ้เครื่องสำอาง หรือเกิดสิวจากเครื่องสำอางได้
  • ผิววัยกลางคน ( 40-49 ปี ) เป็นช่วงวัยที่ผู้หญิงสูญเสียความมั่นใจและกังวลเกี่ยวกับปัญหาผิวพรรณมากที่สุด เนื่องจากไขมันหล่อเลี้ยงใต้ชั้นผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่นลง ทำให้ผิวไม่อิ่มเอิบ ทำให้เห็นริ้วรอยหรือจุดบกพร่องชัดเจนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้หญิงช่วงอายุนี้เริ่มเข้าสู่วัยทอง ทำให้ขาดฮอร์โมนแอสโตรแจน ส่งผลทำให้ผิวแห้งและแพ้ง่ายมากยิ่งขึ้น จึงขอแนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีเนื้อเข้มข้น ทาตอนเช้าและก่อนนอนเป็นประจำทุกวัน คุณสมบัติของครีมเข้มข้นเหล่านี้ไม่สามารถทำให้ลดเลือนริ้วรอยได้ 100 % เหมือนตามภาพยนต์โฆษณาหรือคำอ้าง แต่สารที่ให้ความชุ่มชื้นจะช่วยทำให้ผิวอุ้มน้ำได้มาก ทำให้ผิวดูเต่งตึง ริ้วรอยตื้นขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้ถ้าไม่ทาบำรุงเป็นประจำริ้วรอยก็จะปรากกฏขึ้นมาใหม่
    19293205_s
  • ผิวผู้สูงวัย ( 50 ปี เป็นต้นไป) ในวัยนี้ต่อมไขมันเริ่มทำงานน้อยลง จึงเกิดผิวแห้งได้ ผู้สูงวัยหลายท่านชอบอาบน้ำร้อน นอนแช่ในอ่างอาบน้ำ ใช้สบู่ที่แรงฟอกตัวมากเกินไป เหล่านี้ล้วนทำให้ผิวแห้งมากขึ้น จึงควรเลี่ยงการกระทำดังกล่าว และอาจใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นทาได้เวลาผิวแห้ง หากคุณเป็นคนไม่ใส่ใจการบำรุงและดูแลสุขภาพผิวพรรณมาก่อน สภาพผิวหน้าหย่อนคล้อยและริ้วรอยร่องลึกก็จะแสดงปรากกฏบนใบหน้าอย่างชัดเจน อาจใช้เครื่องสำอางในการปกปิดจุดบกพร่อง เพื่อชะลอความแก่ยังมีการดูแลจำเพาะ ได้แก่ การป้องกันผิวหนังไม่ให้ถูกแสงแดดทำลาย โดยใช้ยากันแดดที่มีประสิทธิภาพดี ใช้เสื้อผ้าปกปิดผิวหนัง หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแดดจัด การทาครีมกลุ่มกรดวิตามินเอ ครีมตัวนี้จัดเป็นยาช่วยทำผิวหนังที่ถูกทำลายจากแสงแดดดีขึ้นในแง่ของการหยาบ รอยย่นและผิวกระดำกระด่าง แต่ต้องใช้ระยะเวลานาน 10-12 เดือนขึ้นไป การทากรดผลไม้ช่วยให้ผิวหนังชั้นกำพร้าหลุดลอกทำให้ผิวหนังดูเรียบเนียนขึ้น ลดริ้วรอยเหี่ยวย่นจุดกระดำกระด่าง และลดความแห้งกร้านของผิวหนัง ปัจจุบันมีการใช้กรดผลไม้อยู่ 2 แบบ คือ ถ้าความเข้มข้นต่ำ เช่น 4-8%อาจใช้ทาเองที่บ้านได้ แต่ถ้าความเข้มข้นสูง 30-70% ต้องให้แพทย์เป็นคนทาให้ โดยทาทิ้งไว้ในช่วงเวลาสั้น ๆ นับเป็นนาทีทุก 1-2 สัปดาห์ ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง สารต้านอนุมูลอิสระ ที่รู้จักกันแพร่หลายได้แก่ วิตามินเอ ซี อี เบต้าคาโรทิน โคเอนไซม์คิว 10 เป็นต้น เหล่านี้ใช้ทาผิวหนังเพื่อหวังป้องกันและรักษาผิวเหี่ยวแก่ แต่ผลยังไม่แน่นอนนัก การให้ฮอร์โมนทดแทนพบว่าการให้ฮอร์โมนเพศหญิงแก่หญิงวัยหมดประจำเดือน ในรูปยาทาหรือยารับประทานอาจทำให้ผิวหนังยืดหยุ่นดีขึ้น ชุ่มชื่นมากขึ้นและหยาบกร้านน้อยลง แต่ต้องปรึกษาสูตินรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เช่น จากคลินิกวัยทองก่อนใช้ยาเหล่านี้

ที่สำคัญที่สุด การดูแลในทุกวัยที่ดีที่สุด คือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้ผิวมีสุขภาพดีจากภายใน เริ่มจากการกินอาหารที่ให้วิตามิน เกลือแร่และกากใยมาก การดื่มน้ำเปล่ามาก การออกกำลังกายและการพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นต้น

2015-08-27T03:36:21+07:00