บริษัทฯ ตระหนักถึงความสําคัญของการบริหารความเสี่ยงซึ่งถือเป็นองค์ประกอบที่สําคัญของหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยเชื่อมั่นว่าการบริหารความเสี่ยงเป็นเครื่องมือในการบริหารงาน อีกทั้งช่วยลดอุปสรรคหรือสิ่งที่อาจมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ดังนี้

ปัจจัยความเสี่ยงต่อการดําเนินธุรกิจของบริษัท

1.ความเสี่ยงด้านการแข่งขัน

จากการที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสนใจด้านสุขภาพอนามัยเพิ่มขึ้น ทำให้ประชาชนมีอายุยืนยาวขึ้นและมีความต้องการด้านรักษาพยาบาลหรือตรวจสุขภาพเพิ่มมากขึ้น โรงพยาบาลต่างๆ จึงได้มีการปรับตัวเพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว เช่น โรงพยาบาลของรัฐได้มีการให้บริการรักษาพยาบาลในรูปแบบของเอกชนเพิ่มเติม ในขณะที่โรงพยาบาลเอกชนมีการควบรวมเพื่อให้เกิดการประหยัดต่อขนาด และขยายการให้บริการให้ครอบคลุมไปยังพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น รวมถึงการลงทุนในเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ การปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการ และการประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อดึงดูดลูกค้ามาใช้บริการมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันในการให้บริการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนเพิ่มสูงขึ้น

สำหรับพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครและพื้นที่ใกล้เคียงโรงพยาบาลฯ มีโรงพยาบาลเอกชนซึ่งเน้นการให้บริการแก่ลูกค้าทั่วไปเช่นเดียวกับโรงพยาบาลฯ หลายแห่ง ซึ่งแต่ละแห่งต่างมีความเชี่ยวชาญในการรักษาพยาบาลแตกต่างกัน เช่น อายุรกรรมโรคหัวใจ อายุรกรรมระบบประสาท อายุรกรรมทางเดินอาหาร เป็นต้น โดยโรงพยาบาลฯ มีความเชี่ยวชาญในด้านสูติ-นรีเวช และด้านกุมารเวชที่มีกุมารแพทย์ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงรวมทั้งมีศูนย์อุบัติเหตุฉุกเฉินที่ได้รับความไว้วางใจจากหน่วยกู้ชีพและมูลนิธิต่างๆ ประกอบกับ โรงพยาบาลฯ ยังได้ทำการสำรวจค่าบริการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเอกชนที่อยู่ใกล้เคียงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าค่าบริการของโรงพยาบาลฯ สามารถแข่งขันได้ และยังมีกิจกรรมทางการตลาดเพื่อประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ใช้บริการเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลฯ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในแบบออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงมีการจัดกิจกรรมทางการตลาดต่างๆ อาทิ การจัดกิจกรรม ”หนูน้อย นักคลาน” การประกวด “หนูน้อยเอกชัย” การจัดหน่วยปฐมพยาบาลในการจัดงานของหน่วยงานและองค์กรต่างๆ และการจัดการอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพให้กับลูกค้าคู่สัญญา รวมทั้งยังมีบริการโปรแกรมตรวจสุขภาพ โปรแกรมการรักษาพยาบาล โปรแกรมเสริมความงามที่หลายหลายครอบคลุมความต้องการของผู้ใช้บริการในทุกเพศทุกวัย ทำให้โรงพยาบาลฯ มั่นใจว่าสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. ความเสี่ยงจากการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์

ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดสำหรับการให้บริการทางการแพทย์ คือ บุคลากรทางการแพทย์ ได้แก่ แพทย์ พยาบาล และเภสัชกร เป็นต้น โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความรู้ความชำนาญเฉพาะทาง จากการที่การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนรุนแรงขึ้นในปัจจุบัน ทำให้ความต้องการบุคลากรทางการแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและมีความรู้ความสามารถเพิ่มมากขึ้น และเกิดการดึงตัวบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถระหว่างโรงพยาบาล ซึ่งอาจทำให้โรงพยาบาลฯ มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลฯ เพิ่มขึ้นมาโดยตลอดตามการเติบโตของโรงพยาบาลฯ นอกจากนี้ แพทย์เฉพาะทางซึ่งเป็นกลุ่มแพทย์ที่มีชื่อเสียง มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และเป็นแพทย์ประจำของโรงพยาบาลฯ ส่วนใหญ่ร่วมงานกับโรงพยาบาลฯ มามากกว่า 5 ปี โดยโรงพยาบาลฯ ได้มีการกำหนดค่าตอบแทนและสวัสดิการที่เหมาะสม รวมถึงได้มีการตกลงช่วงเวลาออกตรวจตามความต้องการของแพทย์ ทำให้การลาออกของแพทย์ประจำของโรงพยาบาลฯ อยู่ในอัตราที่ต่ำ นอกจากนี้ โรงพยาบาลฯ ยังมีการว่าจ้างแพทย์นอกเวลาเพื่อที่จะสามารถรองรับความต้องการของผู้ใช้บริการได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งยังได้มีการสรรหาแพทย์เพิ่มเติม และส่งเสริมแพทย์ที่มีอยู่ในด้านการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในสาขาวิชาเฉพาะทางอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ทันต่อวิทยาการและความก้าวหน้าของวงการแพทย์
สำหรับพยาบาลนั้น โรงพยาบาลฯ ได้ให้การสนับสนุนด้านทุนการศึกษากับ คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันศึกษาต่าง ๆ และให้ความร่วมมือกับหน่วยงานอบรมพยาบาล-ผู้ช่วยพยาบาลอื่น ๆ ในด้านการฝึกอบรม ทำให้มีพยาบาลเข้ามาร่วมงานกับโรงพยาบาลฯ อย่างต่อเนื่อง และโรงพยาบาลฯ ยังมีนโยบายค่าตอบแทนและสวัสดิการที่แข่งขันได้ ทำให้อัตราการลาออกของพยาบาลของโรงพยาบาลฯ อยู่ในระดับต่ำเช่นกันโดยในปี 2564 อัตราการลาออกเฉลี่ยของพยาบาลประจำของโรงพยาบาลฯ คิดเป็นร้อยละ 0.56 ต่อเดือน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับวิทยาลัยพยาบาลต่าง ๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของโรงพยาบาลในอนาคต

ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีการจัดประชุมวิชาการ ฝึกอบรมทางการแพทย์ในด้านต่าง ๆ รวมถึงส่งบุคลากรทางการแพทย์ไปสัมมนาอบรมภายนอก เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถ ให้ทันต่อวิทยาการและความก้าวหน้าของวงการแพทย์ และจูงใจให้บุคลากรทางการแพทย์ดังกล่าวทำงานกับโรงพยาบาลฯ ต่อไป

3. ความเสี่ยงจากการรับชำระค่ารักษาพยาบาล

ตามจรรยาบรรณในการรักษาพยาบาลทางการแพทย์ ที่จะดำเนินการรักษาพยาบาลให้แก่ผู้ใช้บริการก่อนเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล ดังนั้น บริษัทฯ จึงมีความเสี่ยงไม่สามารเก็บค่ารักษาพยาบาลจากผู้ใช้บริการได้ภายหลังการรักษา

บริษัทฯ มีการป้องกันความเสี่ยงจากการรับชำระค่ารักษาพยาบาลของลูกค้าทุกประเภท สำหรับผู้ใช้บริการที่ไม่ใช่กรณีฉุกเฉิน เช่น ในแผนกผู้ป่วยใน โรงพยาบาลฯ จะประเมินค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาพยาบาลล่วงหน้า เพื่อให้ลูกค้าทราบถึงงบประมาณ และจะมีการแจ้งค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นให้ผู้ใช้บริการทราบเป็นระยะทุก 3 วันหรือเมื่อมีค่าใช้จ่ายครบทุก 20,000 บาท และให้ทยอยการชำระ ในกรณีที่เป็นลูกค้าที่ใช้สิทธิในการรักษาที่มีสัญญากับโรงพยาบาล ก็จะทำการตรวจสอบสิทธิในเบิกค่ารักษา บริษัทฯ ยังมีการให้เครดิตกลุ่มลูกค้าคู่สัญญา โดยพิจารณาจากฐานะทางการเงินของคู่สัญญาเพื่อลดความเสี่ยงในการค้างชำระและการเก็บเงิน นอกจากนี้ ในด้านการติดตามหนี้ บริษัทฯ ยังได้กำหนดนโยบายการติดตามหนี้ที่เข้มงวดมากขึ้น รวมถึงกำหนดตัวชี้วัดของพนักงานติดตามหนี้เพื่อให้การติดตามหนี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

4. ความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้อง

ผู้ใช้บริการทางการแพทย์หรือผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถฟ้องร้องบุคลากรทางการแพทย์ที่ให้การรักษาพยาบาล ตลอดจนโรงพยาบาลฯ ได้ หากเกิดความผิดพลาดหรือเกิดความไม่พอใจในการรักษา ทำให้โรงพยาบาลฯ มีความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้อง และอาจส่งผลกระทบถึงผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลฯ ได้

เพื่อป้องกันความเสี่ยงดังกล่าว โรงพยาบาลฯ ได้ให้ความสำคัญกับคุณภาพและมาตรฐาน รวมถึงกระบวนการในการรักษาพยาบาลให้เป็นไปอย่างถูกต้อง โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ และอุปกรณ์ที่ทันสมัยและได้มาตรฐาน เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่จะเกิดขึ้นระหว่างการรักษาพยาบาล นอกจากนี้ โรงพยาบาลฯ ยังมีการประเมินคุณภาพการให้บริการและความพึงพอใจของผู้รับบริการอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้แบบประเมินความพึงพอใจทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน โดยทำการประเมินความเห็นของผู้ใช้บริการทุกวัน เพื่อนำเข้าประชุมผู้บริหารรายวัน เพื่อตอบสนองข้อร้องเรียนที่สำคัญในทันที นอกจากนี้ ยังมีคณะกรรมการพัฒนาบริการ (Service with a Heart) นำข้อมูลไปจัดทำแผนพัฒนาบริการประจำทุกปี เพื่อนำมาปรับปรุงการให้บริการ และยังมีการจัดตั้งคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee) เพื่อดำเนินการเฝ้าระวังปัญหาต่าง ๆ ทั้งด้านการรักษาพยาบาล การจัดการข้อร้องเรียนในความรุนแรงระดับต่าง ๆ เพื่อให้สามารถตอบสนองและแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วเหมาะสม พร้อมทั้งสรุปรายงานปัญหาให้ผู้บริหารทราบทุกเดือน
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ ไม่มีคดีความฟ้องร้องเกี่ยวกับการให้บริการทางการแพทย์

5. ความเสี่ยงจากการเกิดโรคระบาดโควิด-19

จากสภาพแวดล้อม สภาพอากาศที่แปรเปลี่ยน กอปรกับการเกิดโรคระบาดโควิด-19 ทำให้เกิดการแพร่กระจายในหลายพื้นที่ทั่วโลก ส่งผลต่อการเข้ารับบริการของผู้ที่ต้องมาใช้บริการทางการแพทย์ เนื่องจากเกิดความกังวลต่อการติดเชื้อ รวมถึงการหยุดชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ส่งผลทำให้การเข้ารับการรักษาจากการเจ็บป่วยปกติลดลง
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้จัดตั้งจุดคัดกรองเพื่อซักประวัติและให้บริการวัดอุณหภูมิผู้เข้ารับบริการ ก่อนที่จะเข้าด้านในอาคารโรงพยาบาล พร้อมทั้งได้ให้บริการเจลล้างมือแอลกอฮอลล์ตามจุดต่าง ๆ และเน้นการทำความสะอาดพื้นที่ พ่นยาฆ่าเชื้อ ทุกจุดในโรงพยาบาล โดยเฉพาะจุดที่มีความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ

6. ความเสี่ยงจากสภาพเศรษฐกิจถดถอย

สืบเนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอย กระทบต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการหลายแห่ง ซึ่งมีบางกิจการได้ปิดตัวลง ส่งผลทำให้เกิดการเลิกจ้างพนักงานเป็นจำนวนมาก ประชาชนส่วนใหญ่เกิดความวิตกกังวล มีการใช้จ่ายน้อยลง รวมทั้งการใช้จ่ายในด้านสุขภาพ ซึ่งหากเกิดการเจ็บป่วยและไม่รุนแรง จะหาซื้อยารับประทานเอง
อย่างไรก็ตาม ผู้มารับบริการของโรงพยาบาลเน้นกลุ่มลูกค้าคู่สัญญา หรือผู้ที่ทำประกันสุขภาพกับบริษัทประกัน กอปรกับความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์ และผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่อยู่ในฐานะระดับกลางขึ้นไปที่มีกำลังซื้อเพียงพอ จึงเกิดความไว้วางใจในการเข้ารับบริการทางการแพทย์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบไม่มากนัก

7. ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบและมาตรการของรัฐ

บริษัทฯ ดําเนินธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลโดยกระทรวงสาธารณสุข และจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ภาครัฐมีการกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการรักษาพยาบาล อาทิ นโยบาย UCEP ที่กำหนดให้ประชาชนที่เจ็บป่วยจากโควิดสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาลที่ใกล้ที่สุดทั้งภาครัฐและเอกชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือ นโยบายที่กำหนดให้ยาและเวชภัณฑ์เป็นสินค้าควบคุมล้วนส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงพยาบาลเอกชน

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบและมาตรการของรัฐที่ออกมาควบคุมอย่างเคร่งครัด โดยมีหน่วยงานติดตามการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในด้านการบริการสาธารณสุข เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดําเนินธุรกิจของบริษัท

8. ความเสี่ยงจากการลงทุนในโครงการโรงพยาบาลเฉพาะทางสำหรับผู้สูงอายุ

จากการที่บริษัท เอกชัย เนอร์สซิ่งโฮม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้ลงทุนก่อสร้างโรงพยาบาลเฉพาะทางสำหรับผู้สูงอายุ เนื่องจากเล็งเห็นความสำคัญของการดูแลและรักษาผู้สูงอายุ จึงได้ลงทุนก่อสร้างอาคาร 5 ชั้น สัญญาเช่า 18 ปี บนพื้นที่ 1-1-96 ไร่ โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 110 ล้านบาท ซึ่งได้เริ่มก่อสร้างในไตรมาสที่ 4 ปี 2563 และคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2565 ดังนั้น หากโครงการดังกล่าวเกิดความล่าช้า หรือมีผู้ใช้บริการน้อยกว่าที่ประเมินไว้ อาจส่งผลกระทบทำให้การดำเนินงานของบริษัทฯ ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการอย่างละเอียด ซึ่งรวมถึงความเป็นไปได้ทางการตลาด และความเป็นได้ทางการเงิน ทำให้ความเสี่ยงจากการลงทุนดังกล่าวค่อนข้างต่ำ นอกจากนี้ บริษัทฯ คาดว่าการลงทุนโครงการโรงพยาบาลเฉพาะทางสำหรับผู้สูงอายุ เป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจและเพิ่มศักยภาพในการเติบโตของบริษัทฯ ในอนาคต

9. ความเสี่ยงจากการลงทุนในบริษัทร่วม

เนื่องจากบริษัทฯ มีการขยายธุรกิจในธุรกิจอื่น ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมอาจส่งผลกระทบต่อผลกระกอบการของบริษัททั้งในเชิงบวกและลบ ดังนั้น เพื่อประโยชน์ของบริษัทและเพื่อให้เกิดความมั่นใจในการลงทุนของบริษัท จึงได้กำหนดมาตรการเพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยการมอบหมายให้ตัวแทนของบริษัทเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทร่วม เพื่อให้มีส่วนร่วมในการพิจารณาให้ความเห็นชอบในการดำเนินกิจการในบริษัท เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทร่วมมีระบบบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ