การเก็บรักษาไข่ด้วยวิธีการแช่แข็ง (Oocyte Freezing)

การเก็บรักษาไข่ด้วยวิธีการแช่แข็ง (Oocyte Freezing) 2019-05-02T10:59:26+07:00

การเก็บรักษาไข่ด้วยวิธีแช่แข็งหรือการฝากไข่ คือ การที่ผู้หญิงนำเซลล์ไข่ของตนเองในขณะที่ไข่มีคุณภาพดีหรือในขณะที่ยังมีอายุน้อยมาเก็บแช่แข็งไว้ก่อน เมื่อพร้อมมีบุตรก็นำไข่ที่แช่ไว้มาละลาย จากนั้นนำมาปฏิสนธิกับอสุจิของสามีโดยใช้เทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์และย้ายกลับเข้าไปฝังตัวในโพรงมดลูกต่อไป
การเก็บรักษาไข่ด้วยวิธีแช่แข็ง เป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้หญิงที่ยังไม่พร้อมที่จะมีบุตรในขณะนี้ ด้วยเหตุผลทางการแพทย์หรือเพื่ออนาคต เนื่องจากผู้หญิงเมื่ออายุมากขึ้นโอกาสของการตั้งครรภ์จะลดลง โอกาสแท้งและโอกาสตั้งครรภ์ทารก ที่มีโครโมโซมผิดปกติ เช่น โรค Down Syndrome เพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นการแช่แข็งไข่ ณ ช่วงอายุที่เหมาะสมจึงเป็นวิธีการหนึ่งที่ช่วยหยุดอายุไข่ไว้ ณ เวลาที่แช่แข็ง ช่วยเพิ่มโอกาสของการตั้งครรภ์ในอนาคต เมื่อมีความพร้อม

เมื่อไหร่ที่ควรแช่แข็งไข่
สามารถทำได้ทุกช่วงอายุ โดยพบว่าเมื่อทำการแช่แข็งไข่ เมื่ออายุน้อยกว่า 35 ปี จะทำให้ได้จำนวนไข่และคุณภาพสูง หากอายุมากขึ้นเท่าไร อัตราการความสำเร็จของการมีบุตรจากการแช่แข็งไข่ จะลดน้อยลง และอาจจำเป็นต้องได้จำนวนไข่มากขึ้น เนื่องจากคุณภาพที่ได้ก็จะลดลงด้วย

 

ใครที่ควรเก็บรักษาไข่ด้วยวิธีการแช่แข็ง

  1. ผู้หญิงอายุน้อยกว่า 35 ปี ที่ยังไม่พร้อมมีบุตร
  2. ผู้ที่จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดรังไข่ เนื่องจากมีซีสต์หรือเนื้องอก เช่น Chocolate cyst
  3. ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับยาเคมีบำบัดหรือฉายแสงที่มีผลทำให้การทำงานของรังไข่ลดลง
  4. ผู้มีปัญหาด้านพันธุกรรม ชนิดที่ทำให้รังไข่เสื่อมการทำงานเร็ว เช่น Turner syndrome, Fragile X syndrome หรือ ผู้มีประวัติเสี่ยงเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนเร็ว

ขั้นตอนการเก็บรักษาไข่ด้วยวิธีแช่แข็ง
กระบวนการคล้ายกับขั้นตอนการทำเด็กหลอดแก้ว คือ ตรวจเลือดและตรวจโรคติดเชื้อต่างๆ จากนั้นเริ่มจากการผ่านกระบวนการกระตุ้นไข่และการเก็บไข่ โดยการดูดผ่านทางช่องคลอด คัดเอาไข่ที่อยู่ในระยะสมบูรณ์ เพื่อแช่แข็ง และเก็บรักษาไว้ในไนโตรเจนเหลว
จำนวนไข่ที่เก็บได้ต่อรอบการกระตุ้นไข่นั้น ขึ้นกับปริมาณไข่ต่อรอบเดือนของผู้หญิง แต่โดยเฉลี่ยประมาณ 10-20ใบ ขึ้นอยู่กับอายุและความแข็งแรงของผู้หญิงแต่ละคน
ปัจจุบันจากข้อมูลของการเก็บแช่ไข่ไว้นาน 14 ปี เมื่อนำมาใช้ก็ประสบผลสำเร็จดี โดยทั่ว ๆไป แนะนำให้ใช้ไข่แช่แข็งก่อนอายุ 48 ปี เนื่องจากอายุเกินกว่านี้ตั้งครรภ์อาจพบภาวะแทรกซ้อนมาก

ประสิทธิผลของการเก็บรักษาไข่
โดยทั่วไปอัตราการรอดของไข่อยู่ที่ประมาณ 80 – 90% หลังละลาย ซึ่งอายุของผู้หญิง ณ วันที่แช่แข็งไข่เป็นตัวแปรสำคัญในการบอกโอกาสของความสำเร็จในการตั้งครรภ์ โดยจำนวนไข่ที่แนะนำให้แช่แข็งขึ้นกับอายุของผู้หญิง ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15 ใบ แต่ถ้าอายุน้อยกว่า 35 ปี แนะนำให้แช่แข็งไข่ 10-15 ใบ ต่อการตั้งครรภ์ 1 ครั้ง (โอกาสของการตั้งครรภ์เท่ากับร้อยละ 7 ต่อไข่ 1 ใบ)

ผลข้างเคียงของการเก็บรักษาไข่
การแช่แข็งเซลล์ไข่นับว่าปลอดภัยมาก ไม่ได้ทำให้จำนวนไข่ในร่างกายลดน้อยลงหรือทำให้เข้าสู่วัยหมดระดูเร็วขึ้น เพียงแต่เป็นการนำไข่ที่จะสูญเสียในแต่ละรอบเดือนนั้นมาเก็บรักษาไว้ ผลข้างเคียงที่อาจพบได้เกิดจากการกระตุ้นไข่และเก็บไข่ อาจเกิดภาวะรังไข่ตอบสนองต่อการกระตุ้นมากเกินไป (Ovarian Hyperstimulation Syndrome) หรือภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ จากการเก็บไข่ ในขณะที่ความผิดปกติของเด็กในแง่ของโครโมโซมหรือความพิการแต่กำเนิดไม่ต่างจากการตั้งครรภ์ธรรมชาติ

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการฝากไข่

การแช่แข็งไข่ที่ได้ผลดีที่สุด คือ การแช่แข็งแบบ Vitrification
อายุที่เหมาะสมต่อการฝากไข่ คือ น้อยกว่า35ปี เพราะอายุที่มากกว่านี้ปริมาณและคุณภาพไข่จะลดลง
ค่าใช้จ่ายในการฝากเก็บเซลล์ไข่เทียบเท่ากับการทำเด็กหลอดแก้วและยังมีค่าฝากรายปี
โดยปกติต้องใช้ไข่ประมาณ 20-25ใบ เพื่อจะให้ได้ลูก1คน ดังนั้นการกระตุ้นไข่ 1ครั้ง อาจได้ไข่ไม่เพียงพอ
เซลล์ไข่ที่ถูกแช่แข็ง เปลือกไข่จะหนาและแข็ง จึงจำเป็นต้องใช้วิธี “อิ๊กซี่” (ICSI) ช่วยปฏิสนธิ โดยวิธีนี้คือการเอาเซลล์อสุจิ 1ตัว ใส่เข้าไปในเซลล์ไข่ (อสุจิ 1ตัวต่อเซลล์ไข่ 1ใบ)
ตามกฎหมายไทย การฝากไข่ไม่จำเป็นต้องใช้ทะเบียนสมรส แต่หากจะนำมาใช้ปฏิสนธิ จำเป็นต้องใช้ทะเบียนสมรส

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ ศูนย์ผู้มีบุตรยาก ชั้น 2 โทร 1715 หรือ 034-417-999 ต่อ 158