Coronary Artery Calcium Score (CAC Score) เป็นการตรวจหาและวัดปริมาณแคลเซียมที่เกาะอยู่บนผนังหลอดเลือดแดงโคโรนารี (Coronary Arteries) ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ของการมีภาวะหลอดเลือดแดงแข็งตัวจากคราบตะกรันไขมัน (Atherosclerosis) คะแนนที่ได้ช่วยในการจัดระดับความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดชนิด Atherosclerotic (ASCVD) เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจในการรักษาป้องกันที่เหมาะสม

1.การตรวจนี้คืออะไร มีประโยชน์อย่างไร (Definition and Benefits)

1.1. คำจำกัดความและหลักการ

  • CAC Score: คือค่าคะแนนที่ได้จากการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) บริเวณหัวใจโดยไม่มีการฉีดสารทึบสี เพื่อวัดปริมาณหินปูน (แคลเซียม) ที่สะสมอยู่ในผนังหลอดเลือดแดงโคโรนารี
  • Agatston Score: เป็นวิธีการคำนวณมาตรฐานที่ใช้ในการประเมินคะแนน โดยพิจารณาทั้งพื้นที่และความหนาแน่นของจุดแคลเซียมที่ตรวจพบ
  • ความสำคัญ: การมีแคลเซียมบ่งชี้ถึงการมีคราบตะกรันไขมันที่แข็งตัวแล้ว (Calcified Coronary Plaque) ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับปริมาณของคราบตะกรันสะสมโดยรวมในหลอดเลือดหัวใจ (Atherosclerotic Plaque Burden)

1.2. ประโยชน์หลักในการใช้ทางคลินิก

  • จัดระดับความเสี่ยงที่แม่นยำยิ่งขึ้น (Refining Risk): ในกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงปานกลางหรือมีความเสี่ยงที่ยังไม่ชัดเจน การที่ได้คะแนน CAC Score จะช่วยจัดกลุ่มผู้ป่วยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    • CAC = 0: บ่งชี้ว่ามีความเสี่ยง ต่ำมาก (Very Low Risk) ต่อการเกิดเหตุการณ์โรคหลอดเลือดอุดตันเฉียบพลันในอนาคต (Negative Predictive Value สูง)
    • CAC >/= 100: บ่งชี้ว่ามีความเสี่ยง สูง (High Risk) ซึ่งคล้ายกับผู้ที่มีประวัติโรคหัวใจแล้ว ทำให้แพทย์สามารถเริ่มการรักษาเชิงรุกได้ทันที
  • ช่วยในการตัดสินใจรักษา (Therapy Decision): โดยเฉพาะการพิจารณาเริ่มใช้ยาไขมัน (statin) และยากันเกล็ดเลือดแข็งตัว (Aspirin) ในการป้องกันหลักการเกิดโรคหลอดเลือด

2. ข้อบ่งชี้ในการตรวจ หรือกลุ่มผู้ป่วยที่ควรตรวจ (Indications for Testing)

ข้อบ่งชี้หลักในการตรวจ CAC Score คือการปรับปรุงการจัดระดับความเสี่ยง (Risk Stratification) ในผู้ป่วยที่ยังไม่มีอาการ และยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มการรักษาเชิงป้องกันหลักด้วยยาไขมัน (Statin) หรือไม่

  • กลุ่มเป้าหมาย: ผู้ใหญ่ที่ยังไม่มีอาการ (Asymptomatic Adults) อายุ 40–75 ปี และยังไม่มีข้อบ่งชี้ในการรับประทานยาไขมันที่ชัดเจน

ข้อดีข้อเสียของการตรวจ

ข้อดี คำอธิบาย
ความแม่นยำ เป็นการวัดปริมาณ Atherosclerosis โดยตรง ซึ่งให้ค่าพยากรณ์ที่ดีกว่าการประเมินจากปัจจัยเสี่ยงแบบดั้งเดิม (Traditional Risk Factors)
การไม่รุกล้ำ เป็นการตรวจด้วย CT โดยไม่ต้องฉีดสารทึบสี (Non-invasive)
Negative Predictive Value สูง CAC = 0 บ่งชี้ถึงความเสี่ยงที่ต่ำมาก ทำให้สามารถเลื่อนการให้ยาลดไขมัน (Statin) ได้อย่างปลอดภัย (ในกรณีที่ไม่มีความเสี่ยงสูงอื่น ๆ)
ช่วยในการตัดสินใจ สนับสนุนการให้ Statin ในผู้ที่มีความเสี่ยงปานกลางแต่มี $\text{CAC} \geq 100$
ข้อเสีย คำอธิบาย
การได้รับรังสี แม้จะเป็นปริมาณต่ำ แต่ก็มีการได้รับรังสีไอออไนซ์ (Radiation Exposure)
ค่าใช้จ่าย การตรวจมีค่าใช้จ่าย ซึ่งอาจไม่ได้รับการครอบคลุมในผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำ
ตรวจไม่พบคราบตะกรันอ่อน ตรวจพบเฉพาะคราบตะกรันที่แข็งตัวแล้ว (Calcified Plaque) ไม่สามารถตรวจพบคราบตะกรันอ่อน (Non-calcified/Soft Plaque) ซึ่งบางครั้งเป็นสาเหตุหลักของการแตกของคราบตะกรัน (Plaque Rupture)
อาจนำไปสู่การตรวจเกินจำเป็น คะแนนที่สูงอาจนำไปสู่ความวิตกกังวล และการตรวจเพิ่มเติมที่ไม่จำเป็น เช่น การสวนหัวใจ (Angiography)

การแปลผล

Calcium Score ความหมาย ความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ
0 ไม่พบคราบตะกรันไขมันที่สามารถระบุได้ ความเสี่ยงต่ำมาก โดยทั่วไปน้อยกว่า 5%
1 – 10 พบคราบตะกรันไขมันเล็กน้อยมาก โอกาสเกิดโรคต่ำมาก น้อยกว่า 10%
11 -100 พบคราบตะกรันไขมันจากหลอดเลือดแข็งตัวชัดเจน ในระดับเล็กน้อย มีแนวโน้มพบการตีบของหลอดเลือดหัวใจเล็กน้อยหรือขั้นต่ำ
101 – 400 พบคราบตะกรันไขมันจากหลอดเลือดแข็งตัวชัดเจน ในระดับปานกลาง มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ อาจมีการตีบที่เส้นเลือดอย่างมีนัยสำคัญ
401 หรือสูงกว่า พบคราบตะกรันจากหลอดเลือดแข็งตัวชัดเจน ในระดับมาก มีโอกาสสูงมากที่จะพบการตีบของหลอดเลือดหัวใจอย่างมีนัยสำคัญอย่างน้อย 1 ตำแหน่ง

ควรตรวจซ้ำเมื่อไหร่ (Timing for Repeat Testing)

  • ข้อพิจารณาในการตรวจซ้ำ (ตามความเห็นผู้เชี่ยวชาญ/แนวทางปฏิบัติบางส่วน):
    • กลุ่ม CAC = 0 : ความเสี่ยงต่ำ อาจเว้นระยะการตรวจซ้ำนานประมาณ 3 – 7 ปี
    • กลุ่ม CAC = 1 – 100 : อาจพิจารณาตรวจซ้ำทุก 2 ถึง 5 ปี
    • กลุ่ม CAC > 100 : ความเสี่ยงสูง ควรตรวจซ้ำทุก 2 ปี และเริ่มรักษาเพื่อลดความเสี่ยงทันที